วันนี้ขอหยิบยกประเด็น การซูมกราฟดูช่วงเวลาที่แคบลง เพราะเห็นว่ามีคนติดใจในประเด็นนี้ จากโพสต์ของพี่เซียว จับอิดนึ้งครับ
จากโพสต์นี้จะเห็นว่า ประเด็น 3 เดือน 6 เดือน 1ปี ที่พี่เซียวพูดถึงไม่ใช่ Multi TF นะครับ แต่เป็นการหยิบ period ที่เราสนใจขึ้นมาดูใน TF เดิมนี่แหละ
ถ้าให้ยกตัวอย่างในเรื่องอื่น
มันก็เหมือนกับการซูมดูรูปภาพนั่นแหละครับ ไม่ซูมก็ไม่เห็นรายละเอียด ความกว้าง ความยาวแบบชัดๆ รายละเอียดของลายเสื้อ รอยสิว รอยสัก แต่มันก็คือสิ่งเดียวกันกับรูปเต็มๆ ถ้าไม่ใส่ใจมาก มองผ่านๆก็ไม่เป็นไร เห็นว่าเป็นรูปอะไรสวยไม่สวย แต่ไม่เห็นรายละเอียด
แต่ถ้าเป็นกราฟ เวลาเราจะเทรดเราก็ต้องระบุราคาที่ละเอียดขึ้นมาหน่อยครับ ไม่ว่าจะราคาที่จะซื้อ ราคาที่จะขาย ราคาที่จะ Stop loss อีกทั้งยังเห็นรายละเอียดแท่งเทียนชัดเจน ไม่ใช่เล็กจนเห็นเป็น bar ราคาปิด/เปิด อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
และขอเสริมเพิ่มเติมคือ การตัดบางช่วง บางตอนออกมาดูนี้ เหมาะไว้ใช้ในการพิจารณาเทรดบนสภาวะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานี้ โดยตัดข้อมูลอดีตออกเพื่อตัด bias บางอย่างออกไป เช่น ตลาดขึ้นมาสูงมากแล้วนะ ต่อไปน่าจะลง หรือลงมากแล้ว น่าจะขึ้น ซี่งในความเป็นจริงมันอาจจะไม่ลงหรือขึ้นจริงก็ได้ แค่พักฐานแล้วอาจไปต่อ การซูมดูช่วงเวลาที่ไม่นานมากจะช่วยปิดอคติพวกนี้ไปได้ครับ ไม่ว่าจะการขายหมูหรือการสวนเทรนด์ เพราะเราจะเข้าหรือออกด้วยเงื่อนไขของระบบเท่านั้น ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสิน โดยผมจะยกตัวอย่างให้ดูจากเคสที่สำคัญอย่างวิกฤต Subprime ของอเมริกาในอดีตดังนี้
จากรูปที่ 3 ถ้าเราดูกราฟระดับนี้ ลองจินตนาการดูว่าถ้าเรากำลังเทรดในสถานการณ์ ณ ตอนนั้น เราจะเห็นว่าสหรัฐเกิดวิกฤต ฟองสบู่อสังหาแตก ซึ่งดูแล้วค่อนข้างร้ายแรงมาก คนตกงาน ถังแตก เป็นหนี้ หมดเนื้อหมดตัว ไม่มีที่อยู่อาศัย และกราฟก็กำลังหักหัวลงมา เมื่อประกอบกับการดูกราฟในรูปที่ 3 นี้ช่วงเวลานั้น (ปิดภาพที่เห็นปัจจุบันออกไปก่อนนะ) เราจะเห็นว่าเห้ยดูราคาตอนนี้เทียบกับจุดต่ำสุดสิ! เละเป็นโจ๊กแน่ๆงานนี้!!! พอเห็นดังนี้ คนเทรดกราฟก็มองเห็นถึงโอกาสเปิดสัญญา Short Futures เสียเลย คนติดหุ้น ก็ขายหุ้นทิ้งอย่างหมดหวัง แต่แล้วพอเวลาผ่านไป รัฐบาลก็ทำการอุ้ม (Bailout) สถาบันการเงิน และอัดฉีดมาตรการทางการเงินทำให้ตลาดพลิกฟื้นกลับมาได้! และเศรษฐกิจโลกก็กลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง!!! ซึ่งราคาจะสะท้อนความคิดของผู้เล่นในตลาดอย่างชัดเจนดังในกราฟรูปที่ 2 ถ้าเรา Short ด้วยมุมมองในรูปที่ 3 เราจะยังชะล่าใจไม่ทำอะไรจนกว่ามันจะวิ่งมาชน Stop loss ซึ่งเราอาจจะตั้งมันไว้ห่างๆ และนั่นเป็นการทำให้เสียโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นอีกด้วย!!! แต่ถ้าเราตรวจตราตลาดอย่างใกล้ชิดด้วยมุมมองกราฟในรูปที่ 2 เราก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้รวดเร็วกว่า
ขอบคุณประเด็นที่น่าสนใจจากพี่เซียว จับอิดนึ้ง
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ
Tannarin
จากโพสต์นี้จะเห็นว่า ประเด็น 3 เดือน 6 เดือน 1ปี ที่พี่เซียวพูดถึงไม่ใช่ Multi TF นะครับ แต่เป็นการหยิบ period ที่เราสนใจขึ้นมาดูใน TF เดิมนี่แหละ
ถ้าให้ยกตัวอย่างในเรื่องอื่น
มันก็เหมือนกับการซูมดูรูปภาพนั่นแหละครับ ไม่ซูมก็ไม่เห็นรายละเอียด ความกว้าง ความยาวแบบชัดๆ รายละเอียดของลายเสื้อ รอยสิว รอยสัก แต่มันก็คือสิ่งเดียวกันกับรูปเต็มๆ ถ้าไม่ใส่ใจมาก มองผ่านๆก็ไม่เป็นไร เห็นว่าเป็นรูปอะไรสวยไม่สวย แต่ไม่เห็นรายละเอียด
แต่ถ้าเป็นกราฟ เวลาเราจะเทรดเราก็ต้องระบุราคาที่ละเอียดขึ้นมาหน่อยครับ ไม่ว่าจะราคาที่จะซื้อ ราคาที่จะขาย ราคาที่จะ Stop loss อีกทั้งยังเห็นรายละเอียดแท่งเทียนชัดเจน ไม่ใช่เล็กจนเห็นเป็น bar ราคาปิด/เปิด อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
![]() |
| S&P500 Large Cap Index - 1925-Present |
และขอเสริมเพิ่มเติมคือ การตัดบางช่วง บางตอนออกมาดูนี้ เหมาะไว้ใช้ในการพิจารณาเทรดบนสภาวะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานี้ โดยตัดข้อมูลอดีตออกเพื่อตัด bias บางอย่างออกไป เช่น ตลาดขึ้นมาสูงมากแล้วนะ ต่อไปน่าจะลง หรือลงมากแล้ว น่าจะขึ้น ซี่งในความเป็นจริงมันอาจจะไม่ลงหรือขึ้นจริงก็ได้ แค่พักฐานแล้วอาจไปต่อ การซูมดูช่วงเวลาที่ไม่นานมากจะช่วยปิดอคติพวกนี้ไปได้ครับ ไม่ว่าจะการขายหมูหรือการสวนเทรนด์ เพราะเราจะเข้าหรือออกด้วยเงื่อนไขของระบบเท่านั้น ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสิน โดยผมจะยกตัวอย่างให้ดูจากเคสที่สำคัญอย่างวิกฤต Subprime ของอเมริกาในอดีตดังนี้
![]() |
| รูปที่ 2 กราฟ S&P500 ช่วง US Subprime Crisis ปี 2008 TF Month แสดงช่วงเวลา 2 ปี |
![]() |
| รูปที่ 3 กราฟ S&P500 All time |
จากรูปที่ 3 ถ้าเราดูกราฟระดับนี้ ลองจินตนาการดูว่าถ้าเรากำลังเทรดในสถานการณ์ ณ ตอนนั้น เราจะเห็นว่าสหรัฐเกิดวิกฤต ฟองสบู่อสังหาแตก ซึ่งดูแล้วค่อนข้างร้ายแรงมาก คนตกงาน ถังแตก เป็นหนี้ หมดเนื้อหมดตัว ไม่มีที่อยู่อาศัย และกราฟก็กำลังหักหัวลงมา เมื่อประกอบกับการดูกราฟในรูปที่ 3 นี้ช่วงเวลานั้น (ปิดภาพที่เห็นปัจจุบันออกไปก่อนนะ) เราจะเห็นว่าเห้ยดูราคาตอนนี้เทียบกับจุดต่ำสุดสิ! เละเป็นโจ๊กแน่ๆงานนี้!!! พอเห็นดังนี้ คนเทรดกราฟก็มองเห็นถึงโอกาสเปิดสัญญา Short Futures เสียเลย คนติดหุ้น ก็ขายหุ้นทิ้งอย่างหมดหวัง แต่แล้วพอเวลาผ่านไป รัฐบาลก็ทำการอุ้ม (Bailout) สถาบันการเงิน และอัดฉีดมาตรการทางการเงินทำให้ตลาดพลิกฟื้นกลับมาได้! และเศรษฐกิจโลกก็กลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง!!! ซึ่งราคาจะสะท้อนความคิดของผู้เล่นในตลาดอย่างชัดเจนดังในกราฟรูปที่ 2 ถ้าเรา Short ด้วยมุมมองในรูปที่ 3 เราจะยังชะล่าใจไม่ทำอะไรจนกว่ามันจะวิ่งมาชน Stop loss ซึ่งเราอาจจะตั้งมันไว้ห่างๆ และนั่นเป็นการทำให้เสียโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นอีกด้วย!!! แต่ถ้าเราตรวจตราตลาดอย่างใกล้ชิดด้วยมุมมองกราฟในรูปที่ 2 เราก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้รวดเร็วกว่า
ขอบคุณประเด็นที่น่าสนใจจากพี่เซียว จับอิดนึ้ง
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ
Tannarin



Comments
Post a Comment
.........ร่วมแสดงความคิดเห็น.........