Skip to main content

สมการผลตอบแทน "Return = Cash + Beta + Alpha"

วันนี้จะมาอธิบาย เรื่องของการได้ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ จากเคสตัวอย่างที่นึกได้ตอนนี้ในแบบฉบับความเข้าใจของผม
อย่างแรกเรามาทำความรู้จักสมการผลตอบแทนก่อน
ที่เป็นรากฐานแนวคิด portfolio "All weather" ของ Ray Dalio กันก่อน ซึ่งก็คือ
Return = Cash + Beta + Alpha
Cash ก็คือ เงินสด
Beta คือ Position ที่ให้"ผลตอบแทนตามตลาด" ไม่ว่าจะขึ้น(กำไร) หรือลง(ขาดทุน) ซึ่งก็จะเป็นการ Buy and hold รับปันผล(กรณีถือหุ้น)
ส่วน Alpha คือ "ผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด" เช่น กำไรก็ได้มากกว่าตลาด หรือขาดทุนก็ขาดทุนน้อยกว่าตลาด (เมื่อเทียบกับ Benchmark(IE. SET index)) เกิดจากการทำกลยุทธ์ โดยการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินหรือควบคุมการซื้อขาย เพิ่ม/ลด ขนาดการถือครองหุ้นตามดุลยพินิจ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้จากรูปแบบนี้จะมีลัษณะแบบ Zero sum game คือเป็นการเก็งกำไร เมื่อเราได้ ก็จะมีคนอื่นๆที่เสีย

ซึ่งสมการนี้จะต่อยอดไปสู่การกำหนดโครงสร้างของพอร์ตโฟลิโออีกที โดยมีการแบ่งแยกพอร์ตเป็นสัดส่วนไว้สำหรับสร้างผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆเอาไว้แต่แรก

เราลองมาดูเคสต่างๆเมื่อได้รับผลตอบแทนกัน

  1. เมื่อตลาดอยู่ในสถานการณ์ปกติ เวลาหุ้นจ่ายปันผล ราคาของหุ้นก็จะตกลงไปด้วยพอๆกับส่วนที่จ่ายออกไป(หรืออาจตกเยอะกว่าก็ได้) ซึ่งจะใช้สมการอธิบายได้ตามนี้ ซึ่งก็จะเห็นว่าการรับปันผลจะเกิด Cash เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนจาก Beta ลดลง ซึ่งก็คือสัดส่วนของพอร์ตที่เราเลือกถือหุ้นนั่นเอง โดยผลตอบแทนรวมยังคงเท่าเดิม
  2. ตอนตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้น เวลาหุ้นจ่ายปันผล ราคาหุ้นก็สามารถขึ้นต่อไปได้ ผู้ลงทุนจะได้เงินสดปันผล และได้ราคาหุ้นในกลุ่ม beta เพิ่มขึ้น จึงทำให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น
  3. เมื่อตลาดอยู่ในสภาวะขาลง แต่ไม่ต้องการให้ผลตอบแทนเราลดลง จึงต้องทำการล็อกผลตอบแทนส่วนของ beta ด้วยการหา Alpha เช่น การคัดหุ้นที่มีค่าความสัมพันธ์ที่ไม่สอดคล้องกันเข้ามากระจายความเสี่ยง การเปิดสัญญา Short futures หรือการซื้อ Put options ในหลักทรัพย์กลุ่ม Beta
  4. เมื่อราคาหลักทรัพย์กำลังเปลี่ยนเทรนด์แล้วเราทำการ Stop loss การเทรดในลักษณะนี้คือ Alpha ไม่ใช่ Beta เพราะเป็นการเก็งกำไร เราได้ คนอื่นๆเสีย(Zero sum game) ซึ่งจากที่ผมเคยบอกว่าเราควรแบ่งแยกโครงสร้างพอร์ตและนโยบายการลงทุน/เทรดไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะ buy and hold หุ้นตัวนี้นานขนาดไหน แต่ถ้ามีนโยบายการตัดขาดทุนในทางเทคนิคเพื่อให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาด มันก็จะไม่ใช่ Beta และเราก็จะไม่ใช้วิธีนี้กับ Beta เช่นกัน
หมดแล้ว เอาแค่นี้ก่อนนะครับ เพื่อนๆพอเห็นภาพมากขึ้นไหมครับในการใช้สมการนี้จำลองสถานการณ์ในการลงทุน ก็ขอฝากลองเอาไปคิดกันเล่นๆเพิ่มเติมในสถานการณ์อื่นๆดูนะครับ

Tannarin



Comments

Popular posts from this blog

แนะนำการหาสื่อ โปรแกรม เพลง รวมถึงวิธีการ crack ที่ได้ผลเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

สวัสดีวันอาทิตย์ วันครอบครัวครับ (แต่เราอยู่บ้านคนเดียว -.-) วันนี้ผมใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการ ลงวินโดว์ใหม่ เป็นเวอชั่น Windows 7 ซึ่งเมื่อลงเสร็จแล้ว จะต้องทำการ Activation ด้วย ไม่งั้นจะถูกระงับการใช้งานด้วยการรบกวนจาก ตรามาร   Windows Genuine Advantage Windows Genuine Advantage อยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมก็ใช้เวลาในการ Activation นานพอสมควร ทั้งค้นหาวิธีใน google และลองกับตัวโปรแกรมที่เคยใช้เมื่อปีที่แล้ว ก็ยังไม่สำเร็จ